Casa De La Flora

Casa de La Flora เขาหลัก

คำนิยามที่ลุงจะให้โรงแรมนี้ คือ อาร์ทแกลลอรี่ ที่เข้าพักได้ จะมีสักกี่โรงแรมที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าถึงงานศิลปะได้มากขนาดนี้ เรียกว่าตั้งแต่ก้าวเท้าแรกที่เหยียบโรงแรมนี้ ที่นี่ทำให้ลุงรู้สึกเหมือนลุงกำลังเดินชมงานศิลปะอยู่ในหอศิลป์สักที่ ใครที่ชอบความสุขในการเดินชมงานศิลปะแนะนำเลยว่า ที่นี่ตอบโจทย์คุณได้แน่นอน

เรามาเริ่มจากทำเลที่ตั้งกันก่อนเช่นเดิม คราวนี้ขอแบบกว้างๆข้ามจังหวัดกันเลยดีกว่า การเดินทางที่สะดวกที่สุดคงไม่พ้นเรือเหาะเรือบิน มาลงที่สนามบินภูเก็ตแล้วก็นั่งรถแท๊กซี่มาต่อที่เขาหลัก (แต่ไม่ใช่ทางที่ถูกที่สุดครับ) ส่วนการเดินทางที่ประหยัดที่สุดคือนั่งรถทัวร์มาลงที่เขาหลักเลย จะประหยัดที่สุด ทำเลที่ตั้งของโรงแรม เรียกว่าอยู่บริเวณบางเหนียง ซึ่งเป็นโซนที่เจริญสุดล่ะ

โดยหลักๆ Casa de La Flora เป็นรีสอร์ทขนาดเล็กจำนวนห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางถือว่ามีไม่มากสักเท่าไหร่ คอนเซ็บของที่นี่ คือ สวนดอกไม้ริมทะเล ตึกวิลล่าทุกหลังคือตัวแทนของดอกไม้มงคลต่างๆ 1 ดอก ทางเดินภายในรีสอร์ทเปรียบเสมือนรากของดอกไม้เหล่านั้น ถ้านับตามศักดิ์แล้ว Casa de La Flora ถือเป็นโรงแรมพี่น้องกับ La vela ฮะ เจ้าของคือเจ้าของบุญถาวรเหมือนกัน ฮะ เพราะฉะนั้นหมดห่วงในเรื่องข้างของเครื่องใช้ในโรงแรม เลือกแต่ของดีๆมาใช้ในโรงแรมแน่นอนฮะ

ในส่วนของชายหาด ขึ้นอยู่กับข้างขึ้นข้างแรมนะครับ ถ้าวันไหนมาโชคดีน้ำลงตอนกลางวันเราก็จะเจดกาด  ยิ่งในวันที่ฟ้าเปิดๆ ทะเลจะสีเขียวครามสวยลืมเลย

อาหารเช้าคือ ดี๊ดี

เรียกว่าเป็นส่วนที่ลุงประทับใจมากที่สุดในโรงแรมก็คงไม่ผิด อาหารเช้าเสริฟที่ห้องอาหาร ลา อรัญญา ฮะ ที่นี่อาหารเช้าจะเน้นที่การทำสดใหม่จานต่อจาน เสริฟมาให้แขกร้อนๆ ไม่ทำทิ้งไว้ให้เย็นชืด แถมสั่งได้แบบไม่มีอั้นอีก เรียกว่าเป็นบุฟเฟ่ต์แบบอลาคาร์ตฮะ นอกจากนี้ยังมีมินิไลน์บุฟเฟ่ต์ให้ด้วยนะ ในไลน์จะเป็น ขนมปัง ซีเรียล สลัด โคล์คัท ผลไม้ น้ำผลไม้ และที่สำคัญมี สปาร์คกิ้งไวน์ ด้วยจ๊ะ

อาหารในเมนูอลาคาร์ต มีให้เลือกเยอะมากกกกกกกกก แถมเมนูก็ดีงามมากจนงงกันไปเลย เพราะ มีทั้งสเต็กเนื้อเทนเดอร์ลอย (อ่านไม่ผิดฮะ อาหารเช้าที่นี่เสริฟสเต็กเนื้อ) หมี่หุ้นแกงปู ปลาแซลม่อนย่างเทอริยากิ หมูย่างเกาหลี แซนวิชแฮมชีส เกี้ยวกุ้งน้ำ บูเชสต้าแซลม่อน ไข่กระทะ เอ้กเบเนดิก ฯลฯ คือยังมีอีกเยอะมากกก อธิบายไม่หมดเลย แถมรสชาติดีแทบทุกจานเลยฮะ ใครมาที่นี่แล้วไม่ควรพลาดอาหารเช้าที่นี่ฮะ

ห้องพักเป็นพูลวิลล่าทุกหลัง

ข้อดีอีกข้อของที่นี่ คือ ห้องพักที่นี่เป็นพูลวิลล่าทุกหลังในราคาที่ไม่ได้สูงเกินเอื้อม

ส่วนข้อเสียคือ สระเล็กไปหน่อย และห้องพักส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีวิวฮะ

สตูดิโอ พูลวิลล่า

เปิดมาที่เริ่มต้นที่ 5800 บาทเน็ต พร้อม อาฟเฟตอร์นูนที 1 เซ็ต ต่อห้อง เอาตรงๆโดยส่วนตัวห้องพักที่นี่ การตกแต่งไม่ค่อยจะต่างกันสักเท่าไหร่นะฮะ ออกๆมาทรงเดียวกันหมด ต่างกันนิดๆหน่อยๆ กับสระที่ใหญ่ขึ้นอีกนิด  ยกเว้นห้องดูเพล็ก ที่ทรงจะต่างไปเลย  ใครไม่ได้สนใจวิวมากนัก จองห้องเริ่มต้นก็โอเคแล้วฮะ

Beach Front studios & Beach Front  Pool suite

ถ้าถามว่า ห้องไหนวิวสวยสุดในโรงแรมก็คงต้องเป็น 2 ห้องนี้แหละฮะ สองห้องนี้ต่างกันยังไง เอาตรงๆแทบไม่ต่างกันเลย ที่ต่างกันที่ขนาดสระนิดนึง และ Beach Front  Pool suite จะมี ห้องนั่งเล่นเพิ่มมา

Duplex Pool Suite

เป็นห้องที่เลย์เอาท์ต่างจากห้องอื่นอย่างสิ้นเชิง ถึงจะมีพื้นที่  2 ชั้นแต่ขนาดไม่ได้ใหญ่โตมากมายอะไร ที่แบ่งเป็น 2 ชั้นคงเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แขกที่พักเพิ่มขึ้น แต่เรื่องวิวทำใจเลยนะฮะ แทบไม่มีเลย

ทุกห้องพัก มินิบาร์ฟรีหมดฮะ ส่วนอเมนิตี้ก็ใช้ผลิตภัณฑ์สปาคุณภาพอย่าง Thann ทุกห้องพักเช่นกัน

ช่วงนี้มีโปร จองห้องพัก 1 คืนไม่ว่าจะเป็นห้องพักระดับไหน แถม อาฟเตอร์นูนฟรี 1 เซ็ต

จองห้องพัก 2 คืน ไม่ว่าจะเป็นห้องพักระดับไหน แถมสปาฟรี 60 นาที ฟรี สำหรับ 2 ท่าน

ส่วนอันนี้ไม่ฟรี เพิ่งมีมาใหม่ Floating Breakfast In Villa

พื้นที่ส่วนกลางอื่นๆที่นี่ก็ไม่ได้มีมากมายอะไร ที่เห็นคนจะมารวมกันเยอะๆหน่อยคงเป็นที่สระส่วนกลาง แต่สระส่วนกลางก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรฮะ ใครอยากเล่นน้ำสระกว้างๆทางโรงแรมก็จะมีรถรับส่งแขกฟรีให้ไปเล่นน้ำที่ ลาเวล่า ได้ฮะ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่วนอาหารมื้ออื่นๆของทางโรงแรม ทานที่ห้องอาหาร ลา อรัญญา แอบร้อนไปนิดหน่อยไม่แอร์ฮะ โดยรวมอาหารอาหารเน้นเหมือนอาหารตามคาเฟ่ตังๆใน กทม รู้สึกรสชาติถูกปากขึ้นเมื่อเทียบจากการมาที่นี่ในครั้งก่อนๆ ครั้งนี้อาหารดูลงตัวขึ้นมาก

ล็อบสเตอร์ เทอร์มิดอร์

เป็นเมนูที่ลุงว่าอร่อยสุดจากที่ชิมมานะ (ราคาก็แพงด้วยเช่นกัน) ข้อดีของจานนี้คือ ล็อบสเตอร์เนื้อสดเด้งมากประหนึ่งเพิ่งฆ่ามาต้มยำทำแกง ส่วนรสชาติก็ครีมมี่มันกำลังดี รสกลมกล่อมมากกกก ให้ 3 ผ่าน กราบบบบบบบ

ชื่อเมนูอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นปลาเจี๋ยนน้ำแดง ทานกับข้าวดอกข่า ข้าวพื้นบ้านของทางเขาหลักเขา คือ ตกแต่งมาสวยงามสมกับเป็นอาหารโรงแรม 5 ดาว แต่รสชาติอร่อยกินง่ายเหมือนกินข้าวที่บ้าน เน้นที่ความสดของปลาเป็นหลัก ปรบมือให้เมนูนี้ฮะ

ส่วนเมนูอื่นก็โอเคหมดทุกจานนะ วัตถุดิบ สดใหม่และใช้ของคุณภาพดี ปรุงออกมารสใช้ได้ทุกจาน  ให้ฟีลลิ่งเหมือนไปทานอาหารตามร้านคาเฟ่ใน กทม อย่าง เกรฮาวด์ คาเฟ่ มากมาย เสียแค่ ร้อนไปหน่อยนะตอนนั่งทาน ถ้าได้ห้องแอร์กับวิวทะเลจะดีมากมาย  ส่วนราคาก็ราคาโรงแรม 5 ดาว นั้นแหละฮะ เริ่มต้นที่ 200 กว่าๆ++

นอกจากนี้ทางห้องอาหารยังสามารถจัดโรแมนติกดินเนอร์ให้กับแขก ตามจุดต่างๆในรีสอร์ทได้ด้วยถ้าแขกต้องการ แขกสามารถรีเควสล่วงหน้าได้ฮะ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

ลอบบี้

จุดสุดท้ายของโรงแรม ที่ลุงจะพามาสัมผัสกัน  ลอบบี้ของโรงแรมเป็นจุดที่มีความเป็นอาร์ทแกลอรี่สูงมากที่สุดในโรงแรมเลยก็ว่าได้  คือไม่รู้จะบรรยายยังไง ดูภาพเอาแล้วน่าจะเข้าใจเนอะ ใครชอบงานอาร์ทชอบแน่ๆ

ป.ล. จักรสานฝีมือคุณกรกต ที่ติดอยู่ที่ผนังนั้น เห็นสวยๆแบบนี้ราคาเหยียบแสนเลยนะครับพี่น้อง

Leave a Reply