The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa Phuket

The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa Phuket

สรุปเอาสั้นๆง่ายๆเลยนะ ถ้าใครชอบความสุขสบาย ที่ยังอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ชอบทะเลสวยๆ ชอบวิวงามๆ  และชอบสถานที่ๆโรแมนติก ที่นี่ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

ข้อดี คือ สวยมาก ธรรมชาติมาก ถ้าจะหารีสอร์ทอารมณ์ประมาณนี้ในภูเก็ต หรือที่ไหน บอกเลยว่าค่อนข้างหายากมากฮะ ให้อารมณ์คล้าย ซิกเซนท์ คล้าย โฟซีซั่น  ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม

ข้อเสีย คือ มันคือการไปติดเกาะเนอะ ความสะดวกสบายหรือจะออกไปเที่ยวไหนในเมืองภูเก็ตค่อนข้างลำบากทีเดียว  แต่ถ้าไม่ได้คิดจะออกไปเที่ยวไหนไกล ไปพักผ่อนชิลล์ๆแบบติดเกาะก็ดีงามได้อยู่นะ

“ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างสุขสบาย” น่าจะเป็นคำนิยามของรีสอร์ทแห่งนี้ ธรรมชาติในที่นี้มันเป็นธรรมชาติจริงๆ ที่ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ขึ้นมา หรือจงใจให้เป็น ต้องยอมรับว่า หลายๆอย่างในรีสอร์ทยังคงมีกลิ่นอายของความเป็น Six Senses อยู่ไม่น้อย คงเป็นเพราะว่า รีสอร์ทแห่งนี้ได้รับการรีแบรนด์มาจากโรงแรม Six Senses (โรงแรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการอยู่ร่วมธรรมชาติมาเป็นอันดับแรก)  เมื่อรีแบรนด์แล้ว หลายๆอย่างถูกปรับเปลี่ยน หลอมรวมความเป็น Six Senses และ Luxury Collection เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวทีเดียว มาฮะ มากับลุง วันนี้ลุงจะพาไปชมกันเนอะรีสอร์ทแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

The Naka Island, A Luxury Collection Resort and Spa, Phuket  ตั้งอยู่บนเกาะนาคาใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งภูเก็ตไม่ถึง 10 นาทีเลยครับ จากสนามบินใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อมายัง “ท่าเรืออ่าวปอแกรนมารีน่า” จากนั้นเราก็ต่อเรือจากท่าเรือไปประมาณ 5 – 10 นาที (เดินทางด้วยสปีดโบ๊ท) เพื่อไปยังรีสอร์ท

ป.ล. รถโดยสารจากสนามบินมาท่าเรืออ่าวปอแกรนมารีน่า นั้นราคาเรียกว่าใช้ได้อยู่ครับ รถโดยสารที่ประหยัดสุดน่าจะเป็น Grab ครับ

เมื่อเหยียบขึ้นเกาะ สิ่งแรกที่เราต้องทำนอกจากขึ้นรถบักกี้แล้ว ก็คงเป็นการตีฆ้องอธิษฐาน 2 ครั้งฮะ  โดยทางน้องๆพนักงานจะเราสตอรี่เกี่ยวกับ เกาะนาคาให้เราฟัง (จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพญานาค)

จากที่ไปสัมผัสมา ถามลุงว่า รีสอร์ทแห่งนี้มีอะไรดี อะไรเด่น ที่สุด ?

สำหรับลุงแล้ว เรื่อง วิว และ ธรรมชาติที่สวยงามรอบๆรีสอร์ท คือ จุดเด่นหลักของที่นี่ฮะ พูดไปก็จะหาว่าโม้ ลองชมภาพกันดูดีกว่า ว่าจริงอย่างที่ลุงบอกหรือเปล่า คงมีไม่กี่รีสอร์ทในภูเก็ตหรอกฮะ ที่จะมีชายหาดที่น้ำใส และ วิวสวยๆ ร่มรื่น แบบนี้

หาดสวย น้ำใสจริงมั้ย ?

อืมมมมม เรื่องน้ำใส ตอบด้วยภาพล่ะกันเนอะ เห็นพนักงานบอกว่าเราสามารถดำดูปลาหน้ารีสอร์ทได้เลยฮะ ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนไกล

ส่วนชายหาด ขาวมั้ย ก็ขาวนะ แต่ทรายอาจจะยังไม่ค่อยนุ่มและละเอียดมากนัก บรรยากาศของชายหาดค่อนข้างสงบเพราะเป็นหาดส่วนตัว และวิวรอบๆหาดก็สวยงามมากๆ หาดฝั่งนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินด้วย

นอกจากนี้บริเวณชายหาดก็ยังมีกิจกรรมฟรีหลายๆอย่างที่น่าสนใจให้เราได้ลองกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น โยคะ พายเรือคายัก แพดเดิร์นบอร์ด หรือ ต่อยมวย

 

นอกจากกิจกรรมฟรีที่บอกไปในข้างต้นแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมฟรีอีกหลายๆอย่างที่น่าสนใจ ยกตัวอย่าง เช่น  สอนทำแกง  สอนนวดสปา และ การทดลองทรีดเม้นท์ Watsu  การนวดบำบัดด้วยกระแสน้ำอุ่น 15 นาที แนะนำให้ลองขอตารางกิจกรรมจากพนักงานมาดูกันฮะ

พื้นที่ส่วนกลางแทบทั้งหมดจะรวมกันอยู่ที่หน้าหาดแถวนี้แหละฮะ ลุงขอเริ่มจากสระว่ายน้ำหลักก่อน  ถือเป็นจุดรวมพลของแขกทั้งหมดในโรงแรมก็คงไม่ผิด สระว่ายน้ำถูกแบ่งออกเป็น 2 สระซ้อนกันอยู่ สระบนน้ำจะลึกกว่าสระล่างเล็กน้อยฮะ สระนี้ไม่เน้นว่ายเอาจริงเอาจัง เน้นว่ายชิลล์ๆ ซึมซับบรรยากาศรอบตัวมากกว่า

*** ดอกจันทร์ 3 ดอก ขีดเส้นใต้ 3 เส้น ช่วงเวลาบ่าย2-5 โมงเย็น รีบๆมารวมกันน้าาาาา ทุกคนนนนนน บริเวณสระว่ายน้ำหลักนี่แหละ  เขาแจกไอติมฟรี ฮะ โตแล้วจะกินกี่โคนก็ได้ ไม่ต้องจ่ายตังค์ด้วย อร้อยยยยยย อร่อย (อร่อยจริงๆนะ ไม่ได้โม้)

ด้านหลังของสระว่ายน้ำจะมีฟิตเนส (เปิด 24 ชม) และคิดคลับ (เล็กมากกกกก แต่มี PS 4 ให้เล่น 1เครื่อง) อยู่ด้วย

นอกจากสระว่ายน้ำหลักแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำส่วนกลางอีกสระตั้งอยู่ด้านใน ใกล้กับโซนวิลล่า 1-5  ซึ่งเป็นโซนทรอปิคอลวิลล่าฮะ สระนี้ไม่มีวิวนะฮะ แต่เป็นอีกสระที่เงียบสงบ คนไม่ค่อยมาเล่นกันใคร ชอบความเงียบสงบ แนะนำสระนี้ฮะ

ถัดเข้ามาจากสระว่ายน้ำหลัก บริเวณนี้จะเป็นโซน รีเซฟชั่น ห้องอาหารต้นไทร และห้องอาหารมายกริล ฮะ

Tonsai ห้องอาหาร All Day Dining  ใครหิว นึกอะไรไม่ออก ให้มาที่นี่ก่อนน้า ขอเริ่มจากอาหารเช้าก่อน อาหารเช้าจะเลือกสั่งเป็นแบบจานๆได้ครับ แล้วก็จะมีไลน์บุฟเฟ่ให้มีประมาณนึง ตามความคิดเห็นส่วนตัวของลุงอาหารเช้าที่นี่ ผมว่าไม่ค่อยจะอลังการสักเท่าไหร่ เหมือนทางรีสอร์ทไม่ได้เน้นหนักเรื่อง อาหารเช้าสักเท่าไหร่ โดยรวมก็ได้ตามมาตรฐานโรงแรม 4-5 ดาวฮะ ส่วนความหลากหลายก็แอบดูเบาบางไปหน่อยฮะ

เมนูนี้ สเต็ก แอนด์ เอ้ก อร่อยมากกกก ลุงกินทุกวันเลย เนื้อนุ่มมากเลยฮะ ( อาหารเช้าก็กินสเต็กเลยเหรอลุง 55555 )

ในส่วน มื้อเที่ยงและเย็น อาหารจะเป็นแบบอลาคาร์ท ( สั่งเป็นจานๆ)  ลุงแนะนำอาหารไทยเป็นหลักนะฮะ โดยรวมรสชาติโอเคกว่าครั้งที่แล้วที่มา แถมราคาก็เบาลงด้วย ข้าวกระเพราราดข้าว ข้าวผัดไข่ดาว เริ่มต้นที่ 300++ ฮะ เมนูแนะนำของห้องอาหารต้นไทรคือ

ปลากระพงนึ่งมะนาว (เมนูนี้อร่อยเลย)

กุ้งโสร่ง เมนูทานเล่นที่ใช้ได้เลยฮะ แนะนำอีกเมนู

ทูน่าทาท่า ทานกับซอสวาซาบิและไข่กุ้ง ไม่เลวเลยฮะ ใครชอบอาหารญี่ปุ่นน่าจะชอบเมนูนี้

ส่วนขนมแนะนำครีมบูเล่ฮะ อร่อยเลยฮะ เสียแค่ใส่สัปปะรดเชื่อมเยอะไปนิด หวานเกิ้นนนนน

My grill ห้องอาหารดินเนอร์ที่ดีที่สุดของที่นี่ครับ  วิวสวยเทีเดียว อาหารส่วนใหญ่ของที่นี่ก็จะเป็นแบบตามชื่อนั้นแหละครับ ปิ้งๆ ย่างๆ สเต็ก อาหารรสชาติโดยรวม จะเน้นที่รสวัตถุดิบเป็นหลัก  ส่วนเรื่องราคาไม่ต้องห่วงครับ แอบแพงกว่าต้นไทรแน่นอน ปาดเหงื่อกันเบาๆ

Z Bar คือบาร์ที่วิวดีที่สุดของที่นี่ ถือเป็นอีกจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดด้วย คอกเทลของที่นี่เริ่มต้นที่ประมาณ 3xx++

จุดเด่นรองของที่นี่นอกจากเรื่อง วิว และ ธรรมชาติที่สวยงามรอบๆรีสอร์ท คงจะเป็นเรื่อง “ห้องพัก” ฮะ

รอยัลฮอไรซัน   คือ ห้องพักที่สวยที่สุดของรีสอร์ท  มาครั้งนี้ไม่ได้มีโอกาสได้เข้าไปชมที่นี่เลย ได้ข่าวว่าปีนี้มีโครงการรีโนเวทใหญ่อยู่ฮะ

พูลวิลล่า ห้องที่มีเยอะที่สุดในรีสอร์ท รูปแบบ การตกแต่งห้องจะเหมือนๆคล้ายๆกันหมด พื้นที่ในวิวลล่าก็จะประมาณ 300-400 ตรม ภายในวิลล่า จะมีห้องสตรีมรูมส่วนตัว และ อ่างอาบน้ำแสนโรแมนติกขนาดใหญ่ ให้กับทุกห้องพัก ห้องพูลวิลล่าแบ่งได้ 3 แบบตามวิว ดังนี้

1 ทรอปิคอล พูลวิลล่า วิวป่า วิวต้นไม้ฮะ  ซึ่งก็เป็นห้องที่มีมากที่สุดในรีสอร์ทวิลล่าที่ลุงว่าน่าสนใจคือวิลล่า 3 และ 4  ( วิลล่าโซน 1-5 นี้ใกล้ สระว่ายน้ำอีกสระฮะ ซึ่งสระโซนนี้ไม่ค่อยมีคนมาเล่นฮะ เราสามารถมานอนเล่นที่ศาลาตรงนี้ได้สบายๆเลย เหมือนเป็นอีกสระของห้องพักก็คงไม่ผิด )

2 ซีวิว พูลวิลล่า เป็น พูลวิลล่าที่วิวสวยที่สุด แนะนำ ห้อง 45 53 57 58 59

3 บีชฟร้อนพูลวิลล่าฮะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบนอนติดทะเลเลย วิวอาจสู้ ซีวิว พูลวิลล่าไม่ได้ แต่ข้อดีคือใกล้ชิดทะเลจริงๆ และใกล้ส่วนกลางม้ากมากกกก

ในปีนี้ทางรีสอร์ท มีห้องรูมไทพ์ใหม่เพิ่มขึ้นมา ด้วยฮะ ถือเป็นห้องระดับเริ่มต้นที่มาแทน ทรอปิคอลพูลวิลล่าฮะ เป็นโซนที่รีโนเวทใหม่มาจากบริเวณ สปา (บางส่วน)

เราไปดูบรรยากาศโดยยรวมกันดีกว่า ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง

ห้องเริ่มต้นของที่นี่ เปลี่ยนจาก  Pool Villa มาเป็น ห้อง Deluxe room เป็นห้องใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาฮะ ราคาเริ่มต้นงานท่องเที่ยว 4900 – พร้อมอาหารเช้า

ไปคราวนี้ลุงได้พักห้องนี้แหละฮะ บอกเลยว่าเห็นครั้งแรกดูแล้วไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ดูตันๆ ทึบๆไงไม่รู้ แต่พออยู่จริงๆ มันโอมากฮะ ข้อดีสำหรับห้องนี้คือใหม่จริงๆ แถมพื้นที่ในห้องเยอะมากกกก เมื่อเทียบกับห้องระดับเริ่มต้น เรียกว่าอยู่ 3 คน สบายๆ กว้างๆเลยฮะ ( พูลวิลล่าห้องใหญ่จริงแต่พื้นที่เกินกว่าครึ่งเป็นสวนเป็นห้องน้ำไปหมดฮะ) ส่วนข้อเสียคือ ห้องน้ำเล็ก และไม่มีวิวใดๆเลย สำหรับห้องดีลักซ์ลุงแนะนำห้องเลข 71 หรือห้องหัวมุมครับ จะโปร่ง โล่งกว่าห้องอื่นๆ

ป.ล.สำหรับห้องใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ส่วนตัวลุงชอบห้อง Deluxe room มากที่สุดล่ะ เรียกว่า สวย ใหม่ กว้าง คุ้มค่าที่สุด

ห้องสุขาทุกห้องพักในรีสอร์ท จะมีสายชำระให้ฮะ อันนี้ถูกใจคนไทยแน่นอน

ส่วนผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ในทุกห้องพัก ใช้ผลิตภัณฑ์สปาชื่อดังฮะ THANN บอกเลยว่า หอมมากกก ดีมากกก ปลื้มมากกกก สามารถขอเพิ่มได้ทุกวันฮะ

ส่วน ผลไม้ตอนรับในห้องพักถูกเปลี่ยนเป็นผลไม้แห้งและคุกกี้แล้วฮะ โดยจะหมุนเปลี่ยนมาเสริฟ  ส่วนขนมก่อนนอนก็จะเปลี่ยนเป็นคุกกี้ เช่นกัน

Grand Deluxe room รูปแบบห้องพักคล้าย Deluxe room เลยฮะ แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่าฮะ ห้องใหญ่กว่า ห้องน้ำกว้างกว่า  มีพื้นที่สวนค่อนข้างกว้าง มีโซนอาบน้ำกลางแจ้งด้วยฮะ 

Grand Deluxe Terrace Room ห้องนี้สวยฮะ มีห้องเดียวในโรงแรม พื้นที่ใช้สอน พอๆกับ Grand Deluxe room  แต่พื้นที่สวนกว้างกว่ามาก แถมวิลล่าก็มีน้ำล้อมรอบด้วย

One-Bedroom Suite  ในห้องใหม่ที่เพิ่มมาทั้งหมด ห้องนี้เป็นห้องที่เห็นวิวมากที่สุด (เห็นวิวทะเลลิบๆด้วยฮะ)  พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะมากฮะ แถมมีสองชั้นด้วย นอนสูงสุดได้ 4 คนเลยฮะ สำหรับห้องนี้

SPA

สปาถือเป็นส่วนที่รีสอร์ทให้ความสำคัญมากที่สุดก็ว่าได้ โดยธรรมดาแล้วสปาจะเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดในรีสอร์ทฮะ แต่ในปีนี้พื้นที่ของสปาเล็กลงไปครึ่งนึงเพราะแบ่งพื้นที่มาทำห้องพักรูมไทพ์ใหม่ฮะ กิจกรรมบางอย่างในสปา แขกที่เข้าพักในรีสอร์ทก็สามารถมาใช้บริการสปาฟรีได้ด้วย เช่น สตรีมน้ำแข็ง สตรีมไอน้ำ ซาวน่า ส่วนทรีดเม้นท์ซิกเนเจอร์ของที่นี่ คือการนวดอโรมาพร้อมกับการใช้ลูกประคบสมุนไพรร้อน (ผ่อนคลายมากฮะ)

ไฮไลท์ทรีดเม้นท์ของสปาที่นี่ ดูๆไปแล้วคงหนีไม่พ้นทรี้ดเม้นท์ที่ชื่อ Watsu  การนวดบำบัดด้วยกระแสน้ำอุ่น ( Watsu ในประเทศไทยจะมีอยู่ด้วยกันเพียง 2 ที่(มั้ง) คือที่นี่ และ ชีวศรมหัวหิน เท่านั้น)

*** Watsu นั้นคือ การนวดบำบัดด้วยกระแสน้ำอุ่น เพื่อความสะดวกในข้อจำกัดในกล้ามเนื้อ และข้อต่อและจัดการกับร่างกายของผู้ป่วยที่ในรูปแบบที่เป็นไปไม่ได้บนบก การนวด Watsu สามารถบรรเทาความหลากหลายของโรคที่เฉพาะเจาะจงและยังสามารถใช้เป็นระบบการ นวดทั่วไปเพื่อส่งเสริมมากกว่าการผ่อนคลายทั้งหมด จะได้รับการใช้อย่างมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดเรื้อรังเพื่อช่วยการ ฟื้นตัวจากการผ่าตัดและการบาดเจ็บและข้อ จำกัด การเคลื่อนไหวฟรี นอกจากนี้ยังส่งเสริมความยืดหยุ่นในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อการหายใจที่ สมบูรณ์, การลดลงในระดับที่วิตกกังวลและความเครียดการนอนหลับที่ดีขึ้นและการย่อย อาหาร การนวดบำบัด Watsu นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาสภาพเช่นบาดเจ็บสมอง บาดเจ็บไขสันหลัง

ป.ล.  Watsu ยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมฟรีที่ต้องมาลองฮะ ทางรีสอร์ทจะมีให้ทดลองฟรี 15 นาทีฮะ

นอกจากรีสอร์ทแล้ว  บนเกาะนาคาใหญ่ยังมี สถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุดอยู่ฮะ เราสามารถ ยืมจักรยาน จากทางรีสอร์ทออกไปปั่น เที่ยวชม ส่วนต่างๆของรีสอร์ทได้ด้วยเช่นกัน

หาดทับโป๊ะ บนเกาะนาคาใหญ่

(ภาพนี้ไม่ได้รีทัชคนออกนะ แต่ไปตอน 9 โมงเช้า มันเลยไม่มีคน)

เป็นหาดอีกหาดของเกาะนาคาใหญ่ ถือว่าเป็นหาดที่สวยที่สุดของเกาะนี้ก็ว่าได้ ช่วงเวลาที่ควรไปเยือนคือ ก่อน 11 โมงเช้าฮะ เพราะหลังจากนี้ทัวร์จะลงจนหาดหมดความสวย ใส ไป

วิธีเดินทางไปหาดนี้จากรีสอร์ท

1 ด้วยจักรยาน เราสามารถ ยืมจักรยานฟรีปั่นไปทางหมู่บ้านและ เลี้ยวทะลุไปถึง หาดทับโป๊ะ ได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

2 พายเรือคายัค จากหน้ารีสอร์ทไปเลย อันนี้ก็ฟรีฮะ ยืมจากทางรีสอร์ทไป ใช้เวลาเดินทาง …อันนี้แล้วแค่คนพายเนอะ ตอบไม่ได้

สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านในหมู่บ้านเล็กๆบนเกาะนาคาใหญ่ แนะนำแบ่งเวลาสักชั่วโมง ปั่นจักรยานออกไปสัมผัสกันฮะ ถ้าถามลุงว่าบนเกาะมีร้านอาหาร ร้านขนม ร้านขายของชำมั้ย บอกเลยว่ามีฮะ อยู่ภายในหมู่บ้านนี่แหละ มีหลายร้านเลย

Comments

comments

ผู้อ่านวันนี้ 14 views
ผู้อ่านทั้งหมด 4151 views
นายพักสบาย..

Leave a Reply

captcha *