JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa ถือเป็นรีสอร์ทน้องใหม่มาแรงของเครือ Marriott ของปี 2017 ฮะ โรงแรมตั้งอยู่บนเกาะที่ขึ้นชื่อว่า “เกาะฟูก๊วก” ไข่มุกแห่งเวียดนามใต้ ฮะ (เกาะนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์เพิ่งเปิดรูทบินตรงไปเมื่อปลายตุลาที่ผ่านมานี้เอง)

ด้วยทุนสร้างมหาศาล แบบที่เรียกว่าไม่รวยระดับเจ้าสัว CP คงสร้างไม่ได้จริงๆ JW Marriott ถือเป็นโปรเจคแรก จาก 3 โปรเจคยักษ์ใหญ่ของเกาะฟูก๊วก โปรเจคที่ 2 จะเป็น สวนน้ำสวนสนุกที่ต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์จาก JW ไปอีกเกาะฮะ ส่วนโปรเจคที่ 3 จะเป็นโรงแรมระดับสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างริชคาตั้นที่ต้องใช้เคเบิ้ลคาร์ข้ามไปอีกเกาะเช่นกัน คอนเซ็ปของรีสอร์ทแห่งนี้ คือ มหาวิทยาลัยสุดอัศจรรย์ที่อยู่ติดกับหนึ่งในชายหาดที่สวยงามที่สุดของเกาะฟูก๊วก ทำให้ที่นี่ยิ่งดูน่าสนใจแบบไม่ธรรมดา (เดินแล้วบางทีก็นึกว่าลุงเดินในฮอกวอตกันเลยทีเดียว) มามะ มากับลุง ลุงจะพาไปเที่ยวที่นี่กัน JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa  แพงมั้ย ?

คำตอบคือ แพงมากกกกกกกจริงๆ เมื่อเทียบกับห้องพักเริ่มต้นแล้ว คืนล่ะ 10000-15000 บาททีเดียว ราคาพอๆกับพูลวิลล่าดีๆสักที่ในเมืองไทยเลยฮะ

แล้วมันจะคุ้มเหรอที่จะไปที่นี่ ?

เรื่องความคุ้ม ลุงคงตอบไม่ได้ว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม เพราะ มุมมองแห่งความคุ้มแต่ล่ะคนนั้นไม่เท่ากัน แต่ถ้าถามว่า เราสามารถหารีสอร์ทลักษณะแบบนี้ในประเทศไทยได้มั้ย บอกเลยว่าไม่มีทางหาได้แน่นอนฮะ  งั้นก่อนจะตัดสินว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้ม ที่จะไป เราไปทำความรู้จักที่นี่กันก่อนดีกว่าแล้วค่อยมาตัดสินกันเนอะ

อย่างที่บอกไป JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa ถูกว่างคอนเซ็ปไว้ให้เป็น  มหาวิทยาลัยสุดอัศจรรย์ ลองนึกกันธรรมดาๆก่อนเนอะ ว่า มหาลัย 1 มหาลัย อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยที่คุณเรียนมานั้นจะต้องมีพื้นที่ขนาดเท่าไหร่ มีกี่คณะ มีกี่ตึก บอกเลยว่าที่นี่อาจไม่ได้ใหญ่อย่างขนาดมหาวิทยาลัยที่คุณเรียนมาหรอกฮะ แต่ถ้าวัดจากหน้าโรงแรมแล้วลุงคิดว่าน่าจะใหญ่เกินครึ่งของมหาวิทยาลัยขนาดอย่าง ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จุฬาฯ หรือรามคำแหง แน่นอนฮะ ด้วยพื้นที่ขนาดนี้  จึงไม่แปลกเลย ที่จะทำให้รีสอร์ทแห่งนี้ สร้างเสียงว้าวให้คุณได้อย่างแน่นอน

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa อลังยังไง ทำมั้ยถึงต้องไป ?

” การตกแต่งของรีสอร์ทแห่งนี้ เจ้าของเซ็นเช็คเปล่า ให้ สถาปนิก ไปทำฮะ อยากทำอะไรทำ เสียเงินไม่ว่า ขอให้ว้าวจริง” คิดว่าไม่มีคำตอบไหนจะตอบได้ดีเท่าคำตอบนี้อีกแล้วฮะ  โดยปกติแล้วการจะสร้างรีสอร์ท 1 รีสอร์ท เราจะต้องให้สถาปนิก ออกแบบมาให้ดูก่อนเนอะ  พอออกแบบเสร็จเราก็จะมาดูงบประมาณในการก่อสร้าง ถ้างบบาน ก็จะตัดหรือเปลี่ยนสิ่งต่างๆที่สถาปนิกวาดมาไปเรื่อยๆ เพื่อให้คงอยู่ในงบที่เราต้องการ โรงแรมร้อยล่ะ 90 % บอกเลยว่าเปลี่ยนแบบที่วาดมากันหมดแหละฮะ 5 ดาวนี่ ตัวเปลี่ยนแบบเลย  แต่สำหรับที่นี่ไม่ใช่ฮะ เรียกว่าจัดเต็มจน บางทีคนพักเองยังรู้สึกว่า จะดีเทลไปไหน 3 วันไม่ออกไปไหนยังดูไม่ครบเลยนะ

คอนเซ็ปหลักของที่นี่คืออะไร ทำมั้ยดูไม่เหมือนโรงแรมเลย

คอนเซ็ปหลักของที่นี่คือ มหาวิทยาลัยฮะ ลองนึกถึง ม. จุฬาฯ ม.ธรรมศาตร์ ม.เกษตร ม.เชียงใหม่ ของบ้านเราดูก็ได้ฮะ ทำนองเดียวกันเลย แต่เปลี่ยนรูปแบบอาคารให้แบบฝรั่งเศสสมัยก่อนทั้งหมด ด้วยความที่ว่าเจ้าของรวยไง ฮี อยากให้เหมือนมหาวิทยาลัยจริงๆ ฮีเลยลงทุน เต็มที่ให้มันเหมือนมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศสโบราณจริงๆเลย ถ้าจะให้เทียบก็คงราวๆยุคเดียวกับ หนังเรื่อง fantastic beasts and where to find them ของ แฮรี่ พอตเตอร์นั้นแหละ

ลุงๆๆ เกาะ ฟูก๊วก ทะเลสวยมั้ย ?

เชื่อว่าน่าจะเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนต้องการคำตอบกันเนอะ ถ้าถามลุง ลุงว่า สวยเหมือนเกาะสมุยตอนพีคๆฮะ สวยใสจริงไม่อิงนิทานหลอกเด็ก (แต่ถ้าวันไหนพายุเข้าก็พังเหมือนกันนะฮะ)

เอาล่ะเดินเล่นที่หาดกันแป๊ปเดียวพอเนอะ จุดแรกที่จะพาไปชมคือ ลอบบี้โรงแรมฮะ ลอบบี้กว้างใหญ มากมาย   ไม่รู้จะให้เทียบกับอะไรในมหาลัยดีล่ะนึกไม่ออก เอาเป็นว่ามันดูคล้ายห้องสมุด ห้องเก็บถ้วยรางวัลของมหาวิทยาลัย น่าจะใกล้เคียงสุด

จุดนี้เรียกว่า ทางเดินแห่งความอัปยศ

ฟีลลิ่งคล้าย แฮรี่ พอตเตอร์ภาคถ้วยอัคนี นั้นแหละฮะ  ที่จะมีการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยไหนที่แพ้ ก็ต้องทิ้งของ 1 ชิ้นไว้ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ และของเหล่าผู้แพ้นั้นก็จะถูกเก็บมาโชว์ไว้ ในเส้นทางแห่งนี้นี่เอง (ช่างมโนแบบได้โลว์จริงๆนะเธอ)

เมื่อเราเดินจนสุด ทางเดินแห่งความอัปยศ เราจะเจอเหมือน หมู่บ้านที่ติดกับมหาวิทยาลัย ฮะ ส่วนนี้ก็ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของโรงแรมเช่นกัน จริงๆแล้วมันจะเป็นส่วนของสปา ร้านคาเฟ่ ฟิตเนส ห้องสันนาการ ห้องประชุม สัมนา ร้านอาหาร บาร์ นั้นเองนั้นเอง  โดยจุดต่างๆเหล่านี้นั้นมาในคอนเซ็ปหมู่บ้านโบราณที่อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยนั้นเอง

เหมือนจะเป็นร้านตัดเสื้อผ้า แต่จริงๆเป็นห้องตีปิงปองฮะ

ร้านทำโคม คือห้องสันทนาการฮะ เราสามารถมาเอาตารางกิจกรรมที่ทำฟรี และไม่ฟรี ได้ที่ห้องนี้

สปาคือจุดนี้ฮะ ยังเป็นจุดที่อยู่ในหมู่บ้านโบราณถือว่าเป็น คณะหนึงของมหาวิทยาลัยด้วยฮะ สปาเป็นตัวแทนของคณะ เห็ดศึกษาฮะ (คณะบ้าอะไรว่ะเนี้ยะ) ได้มีโอกาสลองนวดสปาของที่นี่มาด้วยฮะ บอกเลยใครชอบอะไรที่เปิดเผยสักหน่อยที่นี่จัดเต็มมากกก ถามว่านวดดีมั้ย นวดดีฮะ แต่มันแอบโป้ไปนิดนะลุงว่า 5555555

พูดถึงสปาแล้ว นอกจากการทำทรี้ดเม้นท์ในห้องทรีดเม้นท์รูมแล้ว เรายังสามารถทำการบุ๊คเพื่อขอทำสปานอกสถานที่ได้ด้วยเช่นกันฮะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่ชายหาดนั้นแหละ

ร้านขนมหรือ คาเฟ่ของโรงแรม ก็ตั้งอยู่ ที่พื้นที่ส่วนนี้เช่นกันฮะ  โดยรวมจากที่สังเกตมา ขนมส่วนใหญ่ที่ขายในร้านนี้ (ไม่รวมชอคโกแลตนะ ) ก็จะมีในไลน์อาหารเช้าด้วยฮะ

ส่วนใครอยากลองไฮที แนะนำเลยฮะ เซ็ตนี้ สวยอลังใช่เล่นทีเดียว

ฟิตเนสก็ยังคงอยู่ในโซนนี้เช่นกันฮะ มีเทรนเนอร์ให้ด้วยนะ

เดินไปจนสุด หมูบ้านเราจะเจอ ตึกหน้าตาแบบนี้อยู่ที่ริมหาดฮะ ตึกนี้เป็นตัวแทนของคณะเคมีวิทยา  แล้วมันคืออะไรกันล่ะ เคมีวิทยาเนี้ยะ 5555555 จริงๆแล้วมันคือ บาร์ฮะ ใครอยากหาเครื่องดื่มแปลกๆมาหาได้จากที่นี่ฮะ

ในช่วงเย็นของทุกวันที่นี่จะจัดมินิบุฟเฟ่ต์ให้กับแขกที่มีคลับเบเนฟิต หรือ แขกผู้มีบัตรเบ่งนั้นแหละ เป็นคานาเป้คอกเทล ฟรีโฟลกันไปเก๋ๆ

Pink Pearl  ห้องอาหารที่เรียกว่า หรูหรา สวยงามที่สุดในรีสอร์ท ถือเป็นห้องอาหารที่รวมความพีค ความอลังของหลายๆจุดในโรงแรม ไว้ในห้องอาหารนี้

ตรงข้ามกับคณะเคมีวิทยา คือห้องอาหารหลักของที่นี่เป็นตัวแทนของคณะสถาปัตฯฮะ ที่นี่จะเป็นห้องอาหารที่เสริฟอาหารเช้าด้วยฮะ บอกเลยว่าอาหารเช้าอลังมากกกกกกกกก กินกันไม่ไหวเลยทีเดียว

สิ่งที่ต้องลอง กาแฟเย็นเวียดนาม ไอติมโฮมเมด น้ำมะพร้าว อาหารญี่ปุ่น และเบเกอรี่ฮะ  เพราะ ทั้งหมดที่กล่าว พอเลยจากอาหารเช้าไปแล้ว มันจะกลายเป็นของที่ขายทันที ที่นี่อยากกินก็ต้องจ่ายตังค์กันแล้วฮะ ถ้าอยู่ในไลน์ ขอร้องให้ซัดเข้าไปอย่าได้ยั้ง

ส่วนมื้ออื่นๆก็จะคิดราคาเป็นจานๆ อลาคาร์ตฮะ มีอาหารเวียดนาม อาหารฝรั่งเศส และอาหารญี่ปุ่น  แนะนำกินอาหารเวียดนามฮะ ดีงามสุด ถามว่าแพงมั้ย ก็พอตัวอยู่ฮะ ก็ไม่ถึงขนาดว่าแพงจนจ่ายไม่ไหว แต่ก็ตีเป็นเงินไทยหลายร้อยบาทอยู่ ส่วนด้านรสชาติ ขอบอกเลยว่าอร่อยกว่าหลายๆร้านอาหารในเวียดนามเลยฮะ รสชาติถูกปากคนไทย แต่ก็ยังสู้อาหารไทยไม่ได้นะ (สำนึกรักบ้านเกิดมาทันที)

จานนี้กระดูกหมูย่างสไตล์เวียดนาม เสริฟพร้อมกับข้าว

ปอเปี๊ยะทอดสไตล์เวียดนาม  อร่อยฮะ แนะนำ

จานนี้ของชาวบ้าน ไม่ได้ลองได้โปรดอย่าถามรสชาติจะเป็นเยี่ยงไร

ถัดจากคณะ สถาปัตฯ เราจะเจอ คณะ จิตวิทยาเด็กฮะ หรือเรียกภาษาชาวบ้านแบบเราๆว่า คิดคลับ  ก็น่ารักดีนะมีกิจกรรมมากมายหลายอย่างให้ทำด้วย

จากจุดนี้ไป เราจะเข้าสู่บริเวณโซนที่พักกันฮะ โดยโซนที่พักจะแบ่งเป็น  7  ตึกใหญ่ สระว่ายน้ำ 3 สระ กับวิลล่ามากมายอีกหลายหลัง

โดยตึก ทั้ง 7 และวิลล่าต่างๆ คือตัวแทนของ คณะแต่ล่ะคณะที่แตกต่างกันไป  การตกแต่งและสีสัน ก็แตกต่างกันไปตามคณะด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง ตึกที่ลุงพักคือตึก 3 เป็นคณะ หอยศึกษา  ของทุกอย่างที่ตกแต่งก็จะเกี่ยวกับหอยทั้งหมด   ส่วนตึกอื่นๆก็จะมี มนุษย์วิทยา ปักษาวิภาค  เป็นต้น ทางด้านวิลล่าเองก็ใช่ย่อย มีคณะดาราศาสตร์ แมลงวิทยา สัตว์เลื้อยคลานวิทยา เป็นต้น เรียกว่า มโนกันจนได้ดีเพราะมีเงินเนี้ยะแหละ 55555

ห้องพักในตึกจะถูกแบ่งเป็น 5 – 6 แบบ เราไปดูกันก่อน ห้องแต่ล่ะแบบแตกต่างกันอย่าไร ลุงคงไม่ได้พาไปดูครบทุกแบบเนอะ เพราะเวลาไม่พอจริงๆ

แบบแรก Emerald Bay View เป็นห้องที่เชื่อว่า คนส่วนใหญ่จะจองห้องนี้กันนั้นแหละ โดยห้อง Emerald Bay View นี้ก็ยังถูกแบ่งไปอีกว่า Deluxe Emerald Bay View / Le Jardin / Emerald Bay Front

ซึ่งต่างกันยังไง บอกเลยว่า การตกแต่งแทบไม่ต่าง ต่างกันแต่ วิว อยู่ชั้นบน หรือล่าง (ชั้นล่างจะแพงกว่า) ใกล้สระหรือไกลสระ

Emerald Bay View เตียงเดี่ยว เป็นห้องโทนสีแดงขาว เตียงหันออกระเบียง โดยส่วนตัวแล้วลุงว่าสวยดี แต่การวางเลย์เอาท์ห้องพักทำให้ดูแคบลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งทีพื้นที่ห้องก็ไม่ได้แคบนะ ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำกับห้องสุขาแยกกันคนล่ะห้อง ห้องสุขามีสายชำระ และระเบียงที่กว้างมากกกกก

Emerald Bay View เตียงคู่ เป็นห้องที่ลุงพัก พื้นที่เดียวกับ ห้องเมื่อกี้เลยฮะ แค่การตกแต่งและการวางเลย์เอาท์ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ห้องนี้ดูค่อนข้างกว้างใหญ่ทีเดียว ด้วยโทนสีเขียว ขาว พาสเทล ทำให้ห้องนี้ยิ่งดูกว้างและอยู่สบายมากฮะ ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำกับห้องสุขาแยกกันคนล่ะห้อง ห้องสุขามีสายชำระ และระเบียงที่กว้างมากกกกกเช่นกัน

อเม้นนิตี้หอมมากมาย ออกแนวสปฮะ ลุงชอบ ที่ JW เมืองไทยก็ใช้ยี่ห้อนี้นะลุงชอบ

เวลคัมฟรุ๊ตและขนมก่อนนอนจะเสริฟมาหน้าตาแบบนี้ฮะ

Turquoise Suite เรียกว่าเป็นห้องที่สวยและขนาดใหญ่สุดของบนตึกนี่แหละฮะ ถ้าใครจะมาฮันนีมูนลุงแนะนำ ห้องนี้ฮะ สวยงามมากจริงๆ

ห้องนี้….เออ….ไม่รู้ ห้องอะไรหว่า เป็นรูมไทพ์ใหม่ที่เพิ่งเสร็จฮะ เดี๋ยวไปหาข้อมูลมาให้นะ

วิลล่าก็จะถูกแบ่างเป็น  2 ห้องนอน 3 ห้องนอน โดยเลย์เอาท์จะคล้ายกัน แต่โทนสีและของตกแต่งไม่เหมือนกัน

ห้องนี้เป็นห้องแมงศึกษา

ห้องนี้เป็นวิลล่า 3 ห้องนอน เป็นคณะ สัตว์เลื้อยคลานวิทยา

Lamarck House หรือบ้านอธิการนั้นเอง อันนี้ห้องใหญ่และแพงสุด  ใหญ่โตเวอร์วัง  เล่นซ่อนแอบกันได้เลยล่ะบ้านหหลังนี้  แถมสระว่ายน้ำที่บ้านหลังนี้ก็เรียกได้ว่ายาวไม่ธรรมดา เหมาะกับการจัดปาร์ตี้สำหรับ เหล่าเซเลป ผู้มีอันจะกินทั้งหลาย

ส่วนสระว่ายน้ำส่วนกลางจะถุกแบ่งออกเป็น 3 สระใหญ่ ไล่ตามตึกเลียบหายหาด มาเรื่อยๆฮะ

Red Rum ห้องอาหารบรรยากาศดี รับลมทะเล สบายๆ าหารที่นี่จะเน้นไปที่อาหารทะเล อาหารปิ้งย่าง และ อาหารทานง่ายๆ เพราะเป็นร้านอาหารที่อยู่ระหว่างชายหาดและสระว่ายน้ำนั้นเอง ช่วงมื้อเย็นจะเน้นจัดเต็มเรื่องซีฟู้ดปิ้งย่างฮะ เราสามารถเลือกได้ว่า จะกินอะไรกีตัว เลือกแล้วให้เขาจะเอาไปเผาให้ฮะ ถามว่าอะไรอร่อย บอกเลยว่าซีฟู้ดทุกอย่างฮะ และก็เนื้อย่าง  อร่อยมากกกก  ถามว่าราคาอาหารแพงมั้ย อื้มมมมมมมม นั้นสิ จะเหลือเหรอ ซีฟู้ดปิ้งย่างด้วยนะเธอวววววว 5555555

สรุป

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa คุ้มหนรือไม่คุ้มที่จะกำเงินหมื่นมาจ่ายที่นี่ ตัดสินกันเอาเนอะ ลุง อธิบายไปเกือบหมดแล้ว ที่เหลือต้องไปสัมผัสกันเอง เรื่องบางเรื่องก็อธิบายเป็นคำพูดออกมาไม่ได้ ส่วนเรื่องทะเลสวยหรือเปล่า เอาจริงๆลุงว่า คล้ายๆกับ สมุยบ้านเรานะ (เพราะมีทัวร์ออกไปเกาะต่างๆรอบนอกเหมือนสมุยด้วย) แต่มันก็มีทั้งช่วงที่พีค ช่วงที่สวย และ ช่วงไม่สวยด้วย เช่นเดียวกับ สมุย ภูเก็ตบ้านเราก็ไม่ได้สวยทั้งปีเช่นกัน เวลาอากาศไม่ได้ ทะเลที่ไหนก็ไม่สวยหมดแหละฮะ มัลดีฟส์ยังไม่รอดเลยเช่นกัน ต้องเข้าใจและยอมรับเรื่องนี้ด้วยเนอะ  แต่โรงแรมนี่ยอมรับว่า สวยจริง

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องการเดินทางมาที่ “เกาะฟูก๊วก” ไข่มุกแห่งเวียดนามใต้กันฮะ เกาะนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์เพิ่งเปิดรูทบินตรงไปเมื่อปลายตุลาที่ผ่านมานี้เอง และ ตอนนี้ก็มีอยู่สายการบินเดี่ยวเท่านั้นแหละที่บินตรง   เอ้า!!!! มาดูกันบินบางกอกบางกอกแอร์เวย์ส ดียังไง

1 คุณจะได้สิทธิเลือกที่นั่งฟรีและโหลดกระเป๋าฟรี 20 KG คุณจะเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ ยกเว้นบนตักของแอร์ บนตักของกัปตัน และ ที่นั่งที่มีคนจองไปแล้

2 คุณจะได้สิทธิเข้าห้องรับรองทุกคน ไม่ว่าจะจองตั๋วระดับไหนก็จะมีห้องรับรองให้ใช้บริการ ทั้งขาไปและกลับ (ถ้าสนามบินนั้นๆมีห้องรับรอง) ให้เลือกใช้บริการ 2 แบบ

3.1 เลาจน์สำหรับผู้โดยสารอีโคฯ  ผู้โดยสารชั้นประหยัด จะเป็นห้องรับรองที่เสริฟเฉพาะอาหารว่างแบบบุฟเฟ่ต์เท่านั้น เมนูไม้ตายของฝั่งนี้คือ ข้าวต้มมัดในตำนานฮะ

2.2 เลาจน์สำหรับผู้โดยสาร บูลริบบ้อน ผู้โดยสารระดับนี้ จะเป็นห้องรับรองที่เสริฟอาหารว่างและอาหารจานหลัก แบบบุฟเฟ่ต์ ฮะ เมนูไม้ตายของฝั่งนี้คือ ข้ามต้มบักกุเต๋ในตำนานฮะ

3 เสริฟอาหารร้อนบนเครื่องให้กับแขกทุกท่านฟรี แต่จะมีไม่มีให้เลือกเมนูนะฮะ  

สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการตัวเลือกเพิ่ม แนะนำรีเควสไปก่อนทางออนไลน์จะโอเคกว่า สั่งไปเลยจากินซีฟู้ดดดดดดด

Comments

comments

ผู้อ่านวันนี้ 4 views
ผู้อ่านทั้งหมด 2991 views
นายพักสบาย..
  1. Daisy

    โอ้โห เลือกตีมห้องพักกันไม่ถูกเลยทีเดียว อลังการทุกตีม

Leave a Reply

captcha *