Rosewood Phuket

Rosewood Phuket เปิดโปรพลูพาวิลเลี่ยนเริ่มต้นที่ 13000+++ จากราคา 3x,xxx ( เรท PAKSABUY มีทั้งปี ) ใครสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 076 356 888 / อินบ๊อกซ์ของโรงแรม   Rosewood Phuket   หรือ phuket.Reservations@rosewoodhotels.com

Rosewood Phuket คืออะไร

มันคือรีสอร์ทจากอเมริกาฐานะราชนิกูลสูงส่งระดับเทียบเท่า four season และ mandarin oriental ที่มีจุดขายเรื่องการสัมผัสการพักผ่อนเหนือระดับที่แตกต่าง โดยจะเน้นที่เรื่องบริการเป็นพระเอก ( ตัวรีสอร์ทที่ภูเก็ต จะชูเรื่องรักษ์โลก อีโคเป็นประเด็นหลักฮะ เน้นหนักขนาดปั่นไฟใช้เองเลยล่ะ )

สรุปให้ก่อนเลยดีกว่า

จากที่ลุงสัมผัสมา ที่นี่มีความใกล้เคียง four season koh samui ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะด้วยบริการ และ ตัวแปลนรีสอร์ท ที่ต่างกันชัดๆคือ ที่นี่จะเน้นการตกแต่งที่ทันสมัยกว่า ส่วนเรื่องวิวและหาดของที่นี่ยังเทียบโฟฯสมุยไม่ได้ฮะ ใครชอบฟีลแบบ บริการปังๆ ที่พักเนี้ยบๆบอกเลยว่า ที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

ห้องพักเริ่มต้นเป็นพลูพาวิลเลี่ยน ก็ให้ฟีลคล้ายเพนท์เฮ้าส์หรู ราคาหลายๆล้าน ในห้องใช่ ของแพงตกแต่งทั้งหมดเลย พร้อบแน่นมาก ( มี Marshall ให้ใช้ทุกห้อง หมอนใบล่ะหมื่น เป็นต้น ) ที่สำคัญ สามารถพาสัตว์เลี้ยงแสนรักไปพักได้ด้วยฮะ

ข้อเสียหลักอย่างเดียวที่เจอคือ ไม่เห็นวิวทะเลปังๆเลย ทั้งที่ติดหาด แถมทะเลและหาดก็สวยใช้ได้เลยนะ (ในช่วงไฮที่ลุงไป) เอาเป็นว่าถ้าเรานับแค่เรื่องห้องและบริการ ที่นี่ถือรีสอร์ทที่ดีที่สุดในภูเก็ตที่ลุงเคยไปมาเลยล่ะ

เริ่มต้นสำหรับบันทึกหน้านี้ ขอเริ่มจากชายหาดของโรงแรมก่อนเลยฮะ

หาดที่บริเวณตั้งอยู่ คือหาดไตรตรัง ฮะ อยู่ถัดจากป่าตองลงมานิดนึง ภาษาอังกฤษชื่อ The Emerald Bay ก็ตามชื่อเลยฮะ สวยใสน้ำสีมรกตมากกกกก ( ในช่่วงไฮ ช่วงโลว์เชื่อว่าน่าจะเป็นอีกเรื่องตามสไตล์ภูเก็ตเขาล่ะ )  ตัวหาดทรายเป็นเปลือกหอยกับปะการังแตกฮะ เดินแล้วไม่เนียนเท้าเหมือนที่หาดป่าตอง

อย่างที่บอกไปตัวโรงแรมติดหาดเลยฮะ แต่ไม่ได้วิวเพราะต้นไม้เยอะมากจริงๆ ลุงพาไปดูสระว่ายน้ำหลักก่อนนะ โดยรวมมีหลายสระอยู่นะในบริเวณเดียวกัน แต่สระที่สามารถแวกว่ายจริงจังมีแค่ 2 สระเท่านั้น ส่วนสระที่เหลือเป็นสระแช่ สระชิลล์ตามเรื่องตามราวไปฮะ

ช่วงประมาณ 11 โมง และ บ่าย 2 จะมีขนมแจกฟรีที่สระฮะ

อะไรคือส่วนที่ประทับใจลุงที่สุด

นอกจากเรื่องบริการที่มันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นรูปภาพได้แล้ว ก็คงเป็นเรื่องห้องนี่แหละ ลุงมีโอกาสได้พักที่ห้อง พลูพาวิลเลี่ยน ซึ่งเป็นห้องเริ่มต้นของที่นี่ ขนาดห้อง 120 ตรม ห้องที่นี่ให้ฟีล โชว์รูมเพนท์เฮาส์หรูราคาแพงๆ พร้อบแน่นๆเลยฮะ จากที่สัมผัสมาห้องที่นี่ สวยหรูและใช้ของดีของแพงตกแต่งหมดเลยฮะ ( ฉากกั้นห้องอันล่ะ ห้าหมื่น หมอนใบล่ะหมื่น ลำโพง marshall ตัวล่ะ หมื่นสองเป็นต้น ) ส่วนที่ไม่ชอบของห้องนี้มี 2 อย่าง คือ สระตื่นไปหน่อยน่าจะลึกประมาณ 1 เมตร อีกเรื่องคือไม่มีโต๊ะทำงาน (เอาจริงๆเราสามารถลากโต๊ะจากระเบียงเข้ามาทำงานได้นะ) ส่วนเรื่องวิว ต้องเข้าใจก่อนว่า จะห้องไหนๆ วิวทะเลมันก็ไม่ค่อยรอดสักห้อง วิวห้องที่ลุงพักถือว่าโอเคแล้วนะสำหรับลุง เขียวๆ สบายตา เหมือนอยู่ในป่า สดชื่น

ห้องพักทุกประเภท สามารถพาสัตว์เลี้ยงขนาดน้ำหนักไม่เกิน 600 กรัมมาพักได้ด้วยฮะ โดยเราต้องแจ้งกับทางโรงแรมไว้ก่อน เพื่อทำการขอเซ็ต pet amenities (น่าจะเป็นโรงแรม ไฮเอน โรงแรมเดียวหรือเปล่าที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงแบบนี้ ) อยากไปเที่ยวโรงแรมดีๆ แต่ยังห่วงน้องแมว น้องหมาอยู่ ก็คงไม่ใช่ปัญหาแล้วล่ะ เพราะที่นี่จัดการให้ได้

ส่วนหมวกสองใบนี้ ทางโรงแรมแจกให้ฟรีฮะ สามารถเอาไปใช้และเอากลับบ้านได้ โดยจะวางไว้ในห้องน้ำ

มินิบาร์ จะฟรีเป็นบางอย่างนะฮะ จากที่เช็คมา คือ ฟรีพวกเครื่องดื่มที่ไม่เป็นแอลกอฮฮล์ทั้งหมด นอกนั้นไอ้ที่กินแล้วเมาน่ะเสียเงินหมด ส่วนขนมคบเขี้ยว ไม่แน่ใจเลย ลองถามดูอีกที แต่คิดว่าไม่น่าจะฟรีนะ

ส่วนข้อดีของการสั่งอาหารมาทานที่ห้องของโรงแรมนี้คือ ฟรีมินิบาร์ จ่ายแต่ค่าอาหาร ประหยัดค่าน้ำได้หลายบาทอยู่ เซ็ตอาหารเช้าค่อนข้างแพงทีเดียว ใครตื่นทันไปกินที่ห้องอาหารเถอะคุ้มกว่าเยอะ

ลุงมีโอกาสได้ลองมื้อค่ำในห้องพัก 1 มื้อ บอกเลยว่า เฮ้ย ไม่เลวนะ ที่สำคัญประหยัดค่าน้ำไปหลายร้อยทีเดียว 5555 จานที่สั่งมาชิมคือ มัสมั่นเนื้อ รสชาติดีมากกกก ขาดหวานไปนิดเท่านั้น

อาหารเช้าดีมั้ย ?

อาหารเช้าเสริฟที่ห้องอาหารหลักของโรงแรม ห้องอาหาร Red Sauce โดยรวมถือว่าดีนะฮะ อาหารเช้าเสริฟแบบบุฟเฟ่ต์ โดยจะแบ่งไปไลน์บุฟเฟ่ต์ และบุฟเฟ่ต์แบบสั่งเป็นจานๆ ทั้งสองอย่างไม่ได้มีตัวเลือกเยอะแยะมากมาย แต่ที่ประทับใจคือ อาหารทั้งหมด เลือกใช้ของคุณภาพดีมากแทบทั้งหมด กินแล้วจะสัมผัสได้เลย และส่วนที่ชอบที่สุดในอาหารเช้าของที่นี่คือ พวกเบเกอรี่ฮะ อร่อยชวนกราบมากจริงๆ ส่วนเมนูอลาคาร์ตที่สั่งกินทุกเช้าเลย คือ ไข่เจียวปู

ห้องอาหารที่ดีที่สุดของโรงแรม คือห้องอาหารตาข่าย

ตาข่ายเป็นห้องอาหารไทยฮะ โดยเชฟหลักของห้อิงอาหารนี้ เป็นเชฟโลคอลจ๋าๆเลย เป็นสุงกับป้าอายุประมาณ 50 ปี ประวัติคร่าวๆ เมื่อก่อนลุงเปิดร้านอาหารส่วนตัวเป็นเพิงหมาแหงนที่จังหวัดตรัง เจ้าของมีโอกาสได้ไปชิมฝีมือแกก็ติดใจ เลยชวนมาเปิดร้านอาหารที่โรงแรมด้วยกัน โดยทางโรงแรมดูแลเรื่องสถานที่และบริการให้ ส่วนลุงกับป้าดูแลเรื่องรสชาติอาหารไป ทุกวันนี้ ตาข่าย ถิอเป็นห้องอาหารในไม่กี่ร้านในภูเก็ตที่ได้ มิชลินสตาร์

ตาข่าย เป็นห้องอาหารไทยจะเปิดช่วงเย็น คอนเซ็ปของตาข่ายจะเหมือน ร้านซีฟู้ด ริมทะเล ยอดนิยม คือมีบ่อปลาของตัวเองในร้านเลย อาหารทะเลยเลยค่อนข้างสดมากๆๆๆๆ รสชาติก็โลคอลติดฝรั่งหน่อยๆ แนะนำว่าตอนสั่งบอกไปเลยว่าขอรสไทยๆเลยจ้า อร่อยลืม ลุงพาไปดูบรรยากาศร้านกันก่อนเนอะ

ส่วนราคาอาหารเริ่มต้นที่ประมาณ 300++ไปฮะ ราคาอาหารโรงแรมทั่วไป ไม่ได้แพงสวรรค์ชั้นฟ้าจนจับไม่ได้

อาหารที่ควรสั่ง อย่างแรกเลยคือ ข้างตังหน้าตั้ง ยำเนื้อย่าง (อีจานนี้กราบมาก มีสิบให้สิบ มีร้อยให้ร้อย) และเหล่าอาหารซีฟู้ดฮะ

Red Sauce ห้องอาหารหลักของโรงแรม เสริฟอาหารทุกมื้อเลย จะมีแต่มื้อเช้าเป็นบุฟเฟ่ต์ มื้ออื่นเสริฟอาหารเป็นแบบอลาคาร์ต เน้นอาหารอิตาเลี่ยนเป็นหลัก โดยรวมรสชาติโอเคเลยนะ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มอาหารชาตอนี้สักเท่าไหร่ แหะๆ ราคาอาหารไม่ได้แพงนะฮะ อย่างพิซซ่า 1 ถาด เริ่มที่ประมาณ 400++ ทานได้สองคน (ขนมปังที่เสริฟฟรีมาให้ทานตอนแรดนี่คืออร่อยมากกกก ที่นี่ทำเบเกอรี่อร่อยจริงๆ ปลื้ม ) ส่วนอาหารแนะนำ ไม่มีฮะ ก็บอกแล้วไง ลุง ไม่ค่อยปลื้มอาหารชาตินี้ 55555

ไม้ พูลบาร์ โดยรวมลุงไม่ได้มาสัมผัสอะไรมากมายกับที่นี่เพราะลุงไม่ดื่มฮะ แต่ถ้าถามว่าในห้องอาหารทั้งหมดชอบบรรยากาศห้องอาหารไหนที่สุด ชอบที่ไม้นี่แหละฮะ สวย บรรยากาศดี ถือเป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยมากๆๆ (แต่แอบร้อนไปหน่อยนะ)

shack ห้องอาหารลูกผสมระหว่างตาข่าย กับ Red Sauce เน้นขายอาหารง่ายๆ อาหารทานเล่น และซีฟู้ดเป็นหลักฮะ รสชาติของทาง shack จะติดไปทางฝรั่ง (อิตตาเลี่ยน มากกว่า ไทย ) เมนูแนะนำ คารามาลี่ (ปลาหมึกทอด ) กับหอยอบสไตล์ฝรั่งฮะ

kids club อย่างที่บอกไป Rosewood Phuket เน้นเรื่องการสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ เพราะฉะนั้น kids club จึงไม่ธรรมดา ยกตัวอย่าง

– โรงเกษตรสำหรับเด็กให้เอาไว้ลองปลูกต้นไม้
– กี่ทอผ้า ที่เด็กๆสามารถทอผ้าพันคอได้จริงๆ
– เวทีการแสดง
– ชุดการแต่งตัวประจำชาติ ชุดเจ้าหญิง
– เรือโจรสลัด
– สวนสนุกในร่ม

คือจะเห็นว่าทุกอย่างใช้ของแพงของดี และตั้งใจทำจริงๆ แม้แต่ของเล่นไม้ชิ้นเล็กๆหรือรถเข็นไม้ก็ยังเป็นของแพงเลย kids club ของที่นี่มีชื่อว่า Explorer

ฟิตเนส ขนาดไม่ใหญ่โตอะไรนะ เล็กกว่าดิดส์คลับอีก แต่อุปกรณ์ใช้ของดีราคาแพงและทันสมัยมาก มีเทรนเนอร์ไว้คอยให้ความช่วยเหลิอแขกด้วยฮะ

สุดท้าย ท้ายสุด บริเวณจุดต้อนรับ

ในบริเวณนี้จะประกอบไปด้วย ลอบบี้ ร้านขายของ และสปา Asaya เล่ามาดูมาดูที่ลอบบี้กันก่อน

ลอบบี้จะมาแนว เรียบหรู ดูดี ใกล้ชิดธรรมชาติ การตกแต่งแอบดูมีดีไซด์แต่ไม่เยอะเกินพอดีฮะ

บริเวณที่ลอบบี้จะมีขนมเสริฟให้ฟรีทั้งวัน ช่วงบ่ายเป็นเต้าส้อ คุกกี้ ลูกหยี ช่วงเช้าเป็น มัฟฟิน คุกกี้ ลูกหยี ฮะ ส่วนเวลคัมดริ้งเป็นน้ำที่เราสามารถเลือกเองฮะ อยากินน้ำน้ำผลไม้หรือน้ำอะไร ก็บอกทางฟร้อนได้ฮะ

แกลลอรี่ เอาจริงๆมันคือห้องขายของฮะ

Asaya สปาที่ไม่เหมือนใคร เพราะ สปาที่นี่คุณสามารถเลือก ส่วนผสมต่างๆจากในสวน หรือของแห้งในห้องสปา แล้วนำมาบดรวมกับเกลือและน้ำมันสปา เพื่อให้เป็นทรี้ดเม้นท์ของคุณเอง ที่สำคัญที่นี่ยังมีนักจิตบำบัด ไว้คอยดูแลคุณในการเลือกทรี้ดเม้นท์ เขาจะสังเกตุดูตั้งแต่คุณหยิบพาชนะอะไรไปเด็ดสวนผสมที่สวน คุณเลือกผสมอะไรที่อยากใช้ แล้วมาวิเคราะห์รวมจากการนั่งคุยกับคุณ เพื่อให้ได้สปาที่เป็นแบบฉบับของตัวคุณนั้นเอง (ได้ข่าวว่าแพงมาก ยังไม่มีโอกาสได้ลองเช่นกัน)

สรุป Rosewood Phuket นี่ยังไง อธิบายมาสิ

ลุงขออธิบายง่ายๆว่า เพื่อนๆเคยมีกระเป๋าแบรนด์เนมของแท้มั้ยฮะ ? แล้วเคยเห็นของปลอมมั้ย ถึงหน้าตาจะเหมือนกัน แต่ วัสดุที่ทำ การเก็บรายละเอียด ความปราณีตที่ทำ ก็ต่างกัน เวลาสัมผัสแล้วความรู้สึกก็ต่างกันระหว่างของจริงกับของปลอม

Rosewood Phuket ก็เหมือนกระเป๋าแบรนด์เนมของแท้นั้นแหละ ถึงหน้าตาจะดูธรรมดา แต่ต้องลองมาสัมผัส แล้วจะเข้าใจ ความละเมียด ละไมมันต่างกัน บางทีรูปก็อธิบายไม่ได้ทั้งหมดนะ ส่วนใครที่คิดว่าลุงโม้ เชื่อถือไม่ได้ ลุงก้ไม่รู้จะพูอะไรล่ะ เอางี้ ลองไปสัมผัสดูเองแล้วแล้วกลับมาบอกลุงด้วยล่ะกันว่าเป็นอย่างที่ลุงบอกมั้ย ?

Comments

comments

ผู้อ่านวันนี้ 6 views
ผู้อ่านทั้งหมด 749 views
นายพักสบาย..

Leave a Reply

captcha *