Four Seasons Resort Chiang Mai

Untitled-1258

ถ้าพูดถึงรีสอร์ทไฮเอนท์ที่เชียงใหม่แล้ว เชื่อว่า Four Seasons Resort Chiang Mai แห่งนี้ จะต้องติดโพลเป็นรายชื่ออันดับต้นๆ แน่นอน นับเวลาจากที่สร้างรีสอร์ทนี้มาก็เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว รีสอร์ทนี้ติดโพลรีสอร์ทไฮเอนท์ที่เชียงใหม่มีเคยขาดสักปี แต่ก็น่าแปลกใจจริงๆที่เรากลับหารีวิวสวยๆของรีสอร์ทนี้แทบไม่ได้เลย  งั้นวันนี้ผมขออาสา พาเพื่อนๆไปทำความรู้จัก รีสอร์ทไฮเอนท์แห่งนี้กันฮะว่ามีอะไรดีถึง ติดรายชื่อเป็นรีสอร์ทคุณภาพไฮเอนท์ของเมืองเชียงใหม่ถึง 20 ปีมาแล้ว….

Four Seasons Resort Chiang Mai ถูกวางคอนเซ็ปไว้ให้ เป็น บ้านพักตากอากาศที่ถูกซ่อนอยู่ใน หมู่บ้านชนบทของชาวเชียงใหม่สมัยก่อน ก้าวแรกที่คุณเดินเข้าไปในรีสอร์ท คุณจะรู้สึกเหมือนว่า คุณได้ย้อนเวลากลับไปเชียงใหม่ในสมัยเมื่อ 50 ปีทื่แล้ว ช่วงเวลาที่ ชาวเชียงใหม่ยังทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ความสุขที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ คืออะไร คุณจะสามารถพบคำตอบได้จากที่นี่

พื้นที่ส่วนกลางของรีสอร์ทไม่ได้ใหญ่มากนะฮะ หลักๆก็จะเป็น จะเป็นทุ่งนาขั้นบันได บึง และ สวนต้นไม้ทึบๆเป็นหลักฮะ ในส่วนของทุ่งนาก็จะมี ชาวนาทำงาน ทำนา อยู่ด้วยนะฮะ ทางรีสอร์ทอยากให้เหมือนเป็นหมู่บ้านชนบทจริงๆเลย

four_172_resize

four_074_resize

four_088_resize

ตอนเย็นๆ เมื่อชาวนากลับบ้านประมาณ 5 โมงเย็น ของทุกวัน จะมี ขบวนพาเหรด ร้องเพลงทำเพลงเหมือนทำนาเสร็จแล้วกลับบ้านกันเถอะ

four_145_resize

four_146_resize

ถ้าจะให้เหมือนทุ่งนาจริงๆ ก็ต้องมีน้องควายสิเนอะ ที่นี่มีพนักงานน้องควายอยู่ 2 ตัวฮะ เป็น ควายที่สวย ดูดี และสะอาดที่สุดที่เคยเห็นมาเลย

four_069_resize

โดยเฉพาะน้องควายตัวสีขาวชื่อเจ้าทองฮะ  สวยและะสะอาดมากก หน้าที่หลักของเจ้าทองคือเดินโชว์ตัวให้แขกดู ช่วงเช้าและช่วงเย็น

four_070_resize

four_072_resize

สำหรับแขกที่มาพักกับทางรีสอร์ท สามารถแจ้งความประสงค์ขอลองมาเรียนดำนาฟรีได้นะฮะ ทางรีสอร์ทจะจัดคอร์สสอนดำให้ให้แบบไม่มีหมกเม็ด เอาแบบจบคอร์ส ไปปลูกข้าวกินเองที่บ้านได้เลย

four_115_resize

four_114_resize

บรรยากาศรอบๆทุ่งนา เรียกว่า สวยงาม และ สงบ การที่ลุงที่โตมาจากในเมืองใหญ่ได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ทำให้เข้าใจเอะไรๆมากขึ้น เข้าใจแล้วว่าคนไทยที่อยู่ตามชนบท ไม่มีความสะดวกสบาย ไม่มีแสงสี ไม่มีเงินทองมากมาย เขาอยู่กันยังไงให้มีความสุข  ความสุขเรียบง่าย กับธรรมชาติรอบๆ ตัวมันเป็นอย่างนี้นี่เอง นี่สินะที่เรียกกันว่า “ธรรมชาติบำบัด”

four_106_resize

อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มายืนอยู่นิ่งๆที่ตรงนี้ ขอแค่ 5 นาทีก็พอ
ให้ผิวกายสัมผัสสายลมหนาวมีมากระทบ
ให้สายตาจับจ้อง ใบไม้ที่พริ้วไหว และร่วงหล่นลงน้ำ
ให้หูได้ยินเสียงต้นข้าวเวลาลู่ลม
ให้จมูกได้กลิ่นหอมสดชื่นของฤดูหนาว

เมื่อก่อนไม่เคยเข้าใจ คำว่าธรรมชาติบำบัด คืออะไร แต่เมื่อมาที่นี่แล้วถึงเข้าใจ อะไรคือ ความสุขที่ได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ

four_171_resize

four_105_resize

ยุ้งข้าวนี้คือศาลากิจกรรม ที่เราสามารถมาเล่นโยคะได้ฟรี ฮะ การจะเรียนโยคะต้องจองบุ้คกิ้งกับทางรีสอร์ทก่อน จะมีเป็นตารางกิจกรรมฟรีให้แต่วัน ลองเช็คดูได้จากฟร้อนฮะ

four_166_resize

four_110_resize

four_075_resize

ลุงตา ทำหน้าทีถือตะเกียงจุดคบไฟที่ Four Seasons Resort Chiang Mai มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว เขาจะปรากฏตัวเมื่อยามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้วเท่านั้น แล้วจะค่อยๆเดินจุดตะเกียงทีล่ะ ดวง ทีล่ะ ดวง คนเดียว 300 กว่าดวงภายในรีสอร์ท เมื่อใดที่พบเห็นลุงตา นั้นหมายความว่า เวลายามแสงดาวส่องสว่างได้มาถึงแล้ว จึงทำให้ที่รีสอร์ทแห่งนี้ขนานนามให้ลุงตาว่า “ลุงตา ผู้เปลี่ยนกลางวันให้กลายเป็นกลางคืน”

four_155_resize

four_100_resize

four_161_resize

ป้าน้อย คือ หญิงสาว ผู้ทำหน้าที่ แต่งแต้มสีสัน เติมความสดชื่น ให้กับรีสอร์ท แห่งนี้ ทุกเช้าป้าน้อยจะเดินเก็บดอกไม้ ภายในในรีสอร์ท แล้วมาเรียงลอยน้ำในหม้อ ในไห ใบต่างๆ ภายในรีสอร์ท เพื่อเพิ่มเติ่มตวามสดชื่นให้กับแขกที่พบเห็น

four_112_resize

four_109_resize

four_108_resize

ภายในในบริเวณรอบๆทุ่งนาแห่งนี้ เราจะเห็นส่วนที่ดูแปลกแยกอยู่อย่างเดียว คือ สระว่ายน้ำสระนี้แหละ สระว่ายน้ำนี้ชื่อ lower pool เป็นสระสำหรับให้แขกที่มาพักแช่ชมวิวทุ่งนาและวิถีชีวิตของชาวล้านนา

four_065_resize

four_066_resize

ถัดจาก lower pool ขึ้นมาจะเป็น main pool สระนี้พิเศษตรงที่ น้ำในสระจะถูกคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 27 องศา ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น หน้าหนาวก็ว่ายน้ำได้ แบบสบายๆ ไม่ต้องกลัวหนาว เสียอย่างเดียวสระลึกไปหน่อย น่าจะลึกสุด 2.7 เมตรนะ  ว่ายต้องระวังฮะ

four_080_resize

four_087_resize

four_077_resize

four_079_resize

four_169_resize

ช่วงที่ไป อุณภูมิปกติอยู่ที่ 19 องศา ทำให้น้ำในสระที่อุ่นกว่า ควันขึ้นเหมือนแช่ออนเซ็นเลยฮะ

IMG_5975_resize

four_111_resize

นอกจาก 2 สระที่กล่าวมาแล้ว ภายในบริเวณนี้ยังมี สตรีมรูม และ ห้องสำหรับแช่ตัว (บ่อน้ำเย็น) บ่อแช่ตัวนี้นี้จะใช้เมื่อออกจากห้องสตรีมทันที ออกจากห้องสตรีมมาร้อนๆ ลงบ่อน้ำเย็นทันทีจะช่วยในเรื่องการกระชับผิวและเรื่องการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี

four_113_resize

ส่วนบ่อนี้น่าจะอุ่นฮะ ควันขึ้นขโมงเชียว อยู่บริเวณ ราตรีบาร์ฮะ

IMG_6049

ปิดท้ายด้วยห้องสตรีม ก็ไว้ให้บริการในโซนนี้ด้วยครับ

four_182_resize

ฟิตเนส คิดคลับ ก็อยู่ด้านล่างของเมนพูลนี่แหละฮะ บริเวณเมนพูลจึงถือว่าเป็นแหล่งรวมกิจกรรมเกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้

four_183_resize

four_184_resize

เมื่อเวลา ยามค่ำคืน ราตรีบาร์ ดูจะมีสีสัน น่านั่งที่สุด ในรีสอร์ท จุดนี้ถือเป็นอีกจุดที่แขกที่มาพัก ชอบมานั่ง ชิลล์หาอะไรดื่ม พร้อมเล่นน้ำไปด้วย (สระว่ายน้ำหลักปิด 4 ทุ่มครับ)

four_158_resize

four_157_resize

ห้องอาหารที่ติดกับ ราคตรีบาร์ ก็คือ ห้องอาหาร Terraces ที่นี่เสริฟอิตาเลี่ยน ถือเป็นห้องอาหารที่วิวใกล้ชิดทุ่งนาที่สุดแล้วฮะ สวยทั้งกลางวันกลางคืนเลย ราคาอาหารแพงมั้ย แพงฮะ บอกเลย ราคาจะเริ่มที่ประมาณ 400-500 บาท/จาน++ ถามว่าอร่อยมั้ย ก็อร่อยนะ แต่รสจะกลางๆไม่จัดจ้านนะ

four_076_resize

four_068_resize

four_156_resize

อันนี้ พิซซ่า สูตร พิเศษของเชฟ ใครทำห้องอาหารนี้นึกอะไรไม่ออก เมนูนี้ฮะ อร่อยจริง

four_082_resize

อันนี้ฟีลลิ่ง คารามารี่ แต่เป็นซีฟู้ดรวมทอดแบบคาลามารี่ จานนี้อร่อยอยู่ ขอทอด ทอดกรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน

four_084_resize

ซีซ่าสลัด อันนี้รสกลางๆเนอะ อร่อยแบบทั่วไป

four_081_resize

ซุปกุ้งมังกร อร่อยแบบเข้มข้น จานนี้อร่อยฮะ เข้มจข้นมากกก แต่น้อยไปหน่อยนะ

four_085_resize

จานนี้ ฟูซิลลี่ ผัดซอสโหระพา โรยชีลเยอะเชียว เห็นชียสที่มาโรยแล้วตกใจ ก้อนใหญ่มากกกก ถามง่าจานนี้อร่อยมั้ย อืมมมม รสกลางๆ ธรรมดาฮะ ลุงเฉยๆ

four_083_resize

จบเรื่องกินไป 1 ห้องอาหาร เราไปดูห้องพักกันดีกว่า ห้องพักที่นี่โดยพื้นฐานแล้วหน้าตาห้องจะเหมือนกันทั้งหมด  ต่างกันที่วิวเท่านั้น ขนาดจะอยู่ที่ 70 ตรม ส่วนราคาไม่เบาทีเดียว ช่วงราคาที่พอจะจับต้องได้จะเป็นช่วงหน้าฝนฮะ จะเป็นราคาพิเศษสำหรับคนไทย ราคาไม่เท่ากันทุกปี ต้องโทรตรงสอบถามกับทางรีสอร์ทเองฮะ  ราคาถูกสุดที่เคยได้ยินมาคือ 14500++ ใครสนใจก็ลองสอบถามทางนี้ดูได้ฮะ 053 298 181 ส่วนช่วงหน้าหนาว ราคาพุ่งไปเกือบ 40000 บาททีเดียว

four_093_resize

four_094_resize

four_095_resize

four_117_resize

four_165_resize

IMG_5411_resize

พูลวิลล่า ทั้งโรงแรมมีอยู่ไม่กี่ห้องเอง น่าจะ 12 ห้องเท่านั้น ขนาดจะอยู่ที่ 403 ตรม ถือเป็นห้องที่สวยที่สุด ของโรงแรมก็ว่าได้ ราคาช่วงพีคๆจะตกประมาณคืนล่ะ 56000++ บาททีเดียว

four_122_resize

four_125_resize

four_126_resize

four_124_resize

four_123_resize

เรสซิเดนท์โซน ถือเป็นโซนที่เป็นรูมไทพ์พิเศษ เพราะมีการขายวิลล่าให้แขกด้วย แขกที่ซื้อไปก็ฝากโรงแรมปล่อยเช่าได้ ลักษณะห้องจึงเหมือนบ้าน 1 หลังมากกว่าเ้ป็นโรงแรม มีครัว มีหลายห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน

IMG_5325

เมื่อเป็นโซนพิเศษที่แยกออกมา ก็เลยมีสระว่ายน้ำแยกออกมาด้วย อันนี้สระโซน เรสซิเดนท์ฮะ ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงเหมือนอยู่ในป่า ใครชอบเล่นน้ำร่มๆ ต้องโซนนี้แหละ

four_090_resize

นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว สปาก็ของโรงแรมก็อยู่ในโซนนี้ด้วยฮะ สปาบรรยากาศดี ร่มรืน สวยงาม และ นวดดีนะครับ อาจเป็นเพราะเปิดบริการมากว่า 20 ปีแล้ว จึงมีความชำนาญเป็นพิเศษ

ป.ล.วิวของสปาอาจไม่ได้มีอะไรอลังนะฮะ เพราะจุดที่สปาอยู่เป็นต้นไม้สูงล้อมรอบ

four_175_resize

four_180_resize

four_178_resize

four_179_resize

อันนี้เซ็ตเวลคัมดริ้ง แอบหยิบขนมกินได้ด้วยนะถ้าหิว แต่ก่อนนวดอย่ากินเลยฮะ เดี๋ยวนวดๆไปแล้วออกมาหมด 55555

four_176_resize

หลังนวดแนะนำให้จัดเต็มที่เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ฮะ

four_177_resize

ห้องพักโซนเรสซิเดนท์ ห้องจะถือว่าใหญ่มาก เพราะเป็นเหมือนบ้าน 1 หลัง มีครัว มีหลายห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ราคา  2 ห้องนอน ราคาก็ตกประมาณคืนล่ะ 70000 บาท   ( เขียนราคาทีไร ใจหายทุกที  นึกว่าเขียน 0 เกินไปตัวนึงทุกที)

four_089_resize

IMG_5271

four_092_resize

IMG_5269

four_091_resize

โซนเรสซิเดนท์ นี้จะเป็นโซนวิวน้ำตกและ แปลงผักออแกนนิค เราสามารถมาจัดงานอีเว้นท์ที่โซนนี้ได้ด้วยฮะ มีสถานที่จัดงานอีเว้นท์กลางแจ้งอยู่ สวยงามมากกกก เหมาะกับการจัดงานแต่งงาน งานเลี้ยงน้ำชา กลางแจ้งมากกก

IMG_5238

IMG_5247

ห้องพักที่โซนนี้มีห้องที่แพงสุดแบบ 4 ห้องนอนอยู่ (ห้องนอนจะหน้าตาคล้ายๆกันทุกห้อง) ราคาน่าจะหลักแสนจ้าาา (แม่เจ้า) ขนาดใหญ่โตเวอร์วัง มี บ้าน 3 หลัง ในวิลล่านี้ สระว่ายน้ำใหญ่โตเกือบเท่า เมนพูล ทีเดียว ขนาดพื้นที่ใหญ่จนงงเลย

IMG_5804_resize

four_143_resize

four_141_resize

four_139_resize

four_140_resize

four_138_resize

four_137_resize

เอาล่ะครับ จบเรื่องห้องพักไป เราไปดูอาหารเช้ากันบ้าง ห้องอาหารเช้าจะเสริฟที่ Sala Mae Rim สำหรับอาหารเช้าแล้วเมื่อเทียบกับราคาห้องพัก ทำเอาลุงแอบผิดหวังไปเหมือนกัน ไม่ใช่อาหารเช้าไม่ดีนะฮะ อาหารเช้าเขาก็ระดับโรงแรม 5 ดาวนั้นแหละ ของในไลน์อาหารคุณภาพดีมากจริงๆนะ แต่เมื่อเทียบกับราคาห้องพักคืนล่ะเป็นหมื่นๆ อาหารเช้าน่าจะได้อลังกว่านี้น้าาาา  รึเปล่า หรือลุงคาดหวังมากไปเอง 5555555

ป.ล. อาหารไทยๆน้อยไปหน่อย ลุงชอบกินอาหารไทย อ่ะ อาหารส่วนใหญ่จะเน้นเป็นอาหารสุขภาพ

four_031_resize

page2 page

อาหารเช้าจะมีทั้งบุฟเฟ่ต์ และ แบบที่สั่งเป็นจานฮะ ไม้ตายที่ลุงว่าเด็ด  เบเกอรี่ฮะ อร่อยจริง กราบจริง ไม่อิงนิยาย เหมือนที่ทำขายตามร้านคาเฟ่อร่อยๆตามโรงแรมแพงๆเลย แถมหลายไอเทมด้วย

four_032_resize

กราโนล่าโฮมเมด อันนี้ก็เด็ด อร่อยมากกกกก ใช่ของดีๆทั้งนั้น มีไอเทมหลายๆอย่างที่ลุงสังเกตดูว่าใช้ของโครงการหลวงอยู่นะ อย่างโยเกิร์ตที่ใส่ในกราโนล่านี่ก็ใช่ นี่ก็ใช่

four_036_resize

นอกจากนั้นก็มีเมนูแบบสั่งเป็นแบบอลาคาร์ตด้วยฮะ เมนูน่ากินหลายจานอยู่

four_034_resize

four_038_resize

four_037_resize

four_033_resize

บรรยากาศห้องอาหารจะออกสไตล์เชียงใหม่สมัยก่อนฮะ เน้นไม้ๆเป็นหลัก

four_102_resize

four_103_resize

ไฮไลท์สำหรับห้องอาหารนี้ ลุงว่าคือจุดนี้ฮะ เราสามารถแวะมาทาน อาฟเตอร์นูนที ได้ที่นี่  ราคาเซ็ตปกติก็ตกประมาณ 1770++ สำหรับ สองท่าน  จะมีเซ็ตพิเศษที่เสริฟ พร้อมแชมเปญ และ เซ็ตที่เสริฟพร้อมข้าวซอยไก่และไก่ทอด พร้อมของที่ระลึกอีกด้วย (เซ้ตที่อยู่ในภาพเซ็ตนี้เหมือนมากินข้าวพร้อมขนม แถมได้ของที่ระลึกเป็นตุ๊กตาน้องควายและเป้ย่ามโฟซีซั่นสไตล์เชียงใหม่ด้วย ถ้าจะแนะนำก็แนะนำเซ็ตนี้ฮะ )  ถามว่าขนมอร่อยมั้ย บอกเลยว่าอร่อย เพราะเชฟขนมมาจาก โฟซีซั่น กทม ที่ปิดตัวไปแล้วฮะ เบเกอรี่ที่นี่ค่อนข้างอร่อยนะ  ถามว่าแพงมั้ย ตอบเลยว่าแพงฮะ  ก็โฟมันแพงอยู่แล้ว ถ้าถามว่าคุ้มมั้ยถ้าจะมา บอกเลยว่าคุ้ม ถือว่าจ่ายค่าเข้ามาดูวิวสัก 500 บาท มานั่งทานขนมกันสัก 3 – 4 คน หารๆกันแล้ว สั่งเซ็ตนึงก็ถือว่าราคาโออยู่นะ

four_147_resize

four_144_resize

four_148_resize

four_149_resize

ในเซ็ตนี้ผมชอบ ทาร์ต ชาไทยฮะ อร่อยมากกกก ตอนอาหารเช้าก็มีฮะ ตัวนี้

four_150_resize

ในจานนี้ชอบพายเป็ดแดง กับ เกี้ยวไส้อั่วทอด

four_151_resize

สโคนที่นี่ก็อร่อยฮะ อาจไม่ใช่ที่สุด แต่ก็อร่อยอยู่นะ สโคนวนิลลากับ ใบมะกรูด (สโคนที่ผมกินมาแล้ว จัดว่าเด็ดสุดคือโรงแรม เพนนินซูล่า กทม ฮะ )

four_152_resize

สองอันนี้ รสชาติยังไม่โลคอลนะ แต่พอได้อยู่  อร่อยแต่ยังไม่สุด

four_154_resize

อันนี้ติมมะนาวววว ทานล้างปากก่อนกินขนมกินข้าว

four_153_resize

ส่วนมื้ออื่นๆที่ได้ลองมา อาหารที่นี่จะเน้นที่อาหารไทยเป็นหลักฮะ รสชาติไม่ติดฝรั่งนะฮะ แต่ยังก็ยังไม่ไทยโลคอลนะ  ราคาเริ่มต้นที่ 400-500 บาท เมนูที่จัดว่าเด็ด มีดังนี้

ส้มตำปูนิ่ม จานนี้โอเคเลย ตำส้มตำมาโอเคเลย รสดี ถูกปากคน กทม แบบลุงนะ

four_134_resize

ยำส้มโอกุ้งแม่น้ำ  ให้กุ้งมาเยอะมากกกก จานนี้รสชาติก็โอนะ  ที่นี่ทำยำๆตำๆอร่อย

four_133_resize

ออเดริฟเมือง รสชาติก็โอเคนะ อาจยังไม่สุด แต่รสชาติไม่ขี้เหร่เลย แต่ราคาแอบแรง

four_135_resize

ข้าวซอยไก่ รสชาติโอเคเช่นกัน แขกสั่งกันเยอะนะเมนูนี้

four_136_resize

บริเวณห้องอาหารนี้มีส่วนที่เป็นไวน์เซลล่าด้วยนะฮะ  เราสามารถมาเทสไวน์ชิมไวน์ได้ที่นี่ มีเป็นแพคเก็จราคาด้วยนะฮะ

four_121_resize

four_120_resize

จากห้องอาหาร Sala Mae Rim  ผมขอพาเพื่อนๆเดินผ่าน ลอบบี้นั่งบักกี้ไปที่ห้องอาหารสุดท้ายของที่นี่กันฮะ Rim Tai Kitchen

four_119_resize

four_101_resize

Rim Tai Kitchen ห้องอาหารไทย ที่เปรียบเสมือนโรงแรียนสอนทำอาหารของที่นี่ ผมมีโอกาสได้ลองอาหาร 2 มื้อของที่นี่

1.บุฟเฟ่ต์+คุกกิ้งคลาส มื้อเย็น

2.บุฟเฟ่ต์ซันเดย์บลันช์

ผมขอพูดถึง บุฟเฟ่ต์+คุกกิ้งคลาส มื้อเย็น มื้อเย็นก่อนล่ะกันฮะ ส่วนซันเดย์บลันช์จะแยกต่างหากไปอีกรีวิวเนอะ

บุฟเฟ่ต์ที่ผมได้ลองเป็นบุฟเ่ต์อาหารไทย มื้อเย็น ราคาตกคนล่ะ 2900++ ถ้าดูราคาแล้วอาจจะบอกกันว่าแพง แต่เอาจริงๆแล้วผมว่าไม่แพงเลย เพราะ ข้อดีของบุฟเฟ่ต์นี้คือ เขาจะรวมคุกกิ้งคลาสกับบุฟเฟ่ต์มาไว้ด้วยกันฮะ เรียกว่าคุณสามารถเรียนทำอาหารกับเชฟที่นี่ได้แบบไม่จำกัดเมนูทั้งคาว หวาน และอาหารว่าง เชฟสอนให้หมด สำหรับคนที่อยากเรียนทำอาหารไทย บุฟเฟ่ต์มื้อนี้ถือเป็นมื้อที่ควรมามากที่สุด (เพราะคุกกิ้งคลาสธรรมดาของที่นี่จะตก 6500++/ คนเลยฮะ) ข้อเสียเดียวที่ผมเห็นคือ มันเป็นอาหารไทย ที่คนไทยเรารู้จักกันอยู่แล้ว ถ้าเป็นอาหาร อิตาเลี่ยน ญี่ปุ่น หรือ อาหารฝรั่ง ผมว่าคนไทยน่าจะมากันเต็มแน่ๆ ไม่มีอะไรจะคุ้มกว่านี้แล้วฮะ ได้เรียนสูตรอาหารจากโฟซีซั่น แถมได้ทานบุฟเฟ่ต์ด้วย ใครไม่อยากทำก็ให้เชฟทำให้ทานแล้วจดสูตรเอาก็ได้ฮะ  เท่าที่สังเกตุดู คนจีนคนฝรั่งชอบกันมากเลย เพราะเขาได้ทำอาหารที่เขาไม่รู้จัก และเขาก็ได้สูตรกลับไปทำที่บ้านเขาด้วย

four_097_resize

four_098_resize

four_009_resize

four_015_resize

four_014_resize

four_017_resize

four_018_resize

four_011_resize

four_016_resize

four_019_resize

page587

สรุปเอาสั้นๆง่ายๆเลยฮะ

นอกจากเรื่องสถานีที่ๆอล้าอลังแล้ว จุดขายของโรงแรมนี้คือ

1 เรื่องธรรมชาติบำบัด โฟซีซั่นที่มีในเมืองไทยทั้งสามที่ในประเทศไทยในตอนนี้ (เชียงใหม่ เชียงราย สมุย) เน้นเรื่องนี้เป็นหลักเลยฮะ ถือเป็นหัวใจของโฟซีซั่นเลยล่ะฮะ ความหรูหราที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ

2 เรื่องบริการ โฟซีซั่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากจริงๆ คนที่มาสัมผัสที่นี่น่าจะสัมผัสเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เรื่องบริการนี่ลุงให้เทียบเท่าโอเรียลเต็ลได้เลยฮะ แต่ไม่อาจไม่ได้ฟีลลิ่งคลานเข่าบริการขนาดโอเรียลเต็ล แต่บริการดีไม่แพ้กันเลยฮะ

จุดด้อย

เรื่องราคาฮะ ยอมรับว่าราคาห้องพักแพงมากจริงๆ แพงจนจับต้องลำบากทีเดียว แต่จะแอบมีราคาพิเศษบ้างช่วงหน้าฝน แต่ไม่โปรโมทฮะ ต้องลองโทรเช็คกับทางโรงแรมโดยตรง ขอราคาไทยเรสซิเดนท์เรท ฮะ ส่วนเรื่องทำเลก็แอบไกลจากตัวเมืองไปสักนิด แต่โรงแรมคงอยากให้ได้ฟีล ชนบทในเชียงใหม่จริงๆ

 

 รีวิว Four Seasons Resort Chiang Mai Pantip.com

Comments

comments

ผู้อ่านวันนี้ 1 views
ผู้อ่านทั้งหมด 6113 views
นายพักสบาย..
  1. certainly like your website however you have to take a look at the spelling on several of your posts.
    A number of them are rife with spelling problems and I
    to find it very troublesome to tell the truth however
    I will definitely come again again.


Leave a Reply

captcha *